ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 7 ตุลาคม 2021 11:04 AM
b-school01
logo-b โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » การดูแลสุขภาพ

การดูแลสุขภาพ

อัพเดทวันที่ 14 ตุลาคม 2020 เข้าดู 84 ครั้ง

การดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุในครอบครัว

การดูแลสุขภาพ

                การดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุที่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถออกกำลังกายได้ดี และครบทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แอโรบิก, เล่นเวท เพื่อเพิ่มควาแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสามารถยืดเหยียดกล้ามเนื้อโดยการฝึกการทรงตัวเพื่อให้สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้ดี และคล่องแคล่ว

ซึ่งรวมเรียกว่าการออกกำลังกายแบบ “คาร์ดิโอ” ซึ่งการรับประทานผักและผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัดนัก จะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับวิตามิน และกากใยในผักและผลไม้นั้นได้อย่างครบถ้วยและเพียงพอ หากผู้สูงอายุท่านใดที่มีอาการเจ็บป่วน เช่น มีอาการไข้ หอม ซึมเศร้า อาเจียน หรืออาการท้องเสีย ถ้านานกว่า 1-2 วันควรรีบพาไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองเป็นอันขาด

การดูแลผู้สูงอายุกลายเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะผู้สุงอายุในครอบครัว ต้องดูแลด้วยความรักและความเคารพเนื่องจากเป็นญาติผู้ใหญ่ ต้งเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ และต้องรับมือกับผู้สูงอายุในเรื่องต่าง ๆ ให้ได้ ดังนี้

1.เรื่องการรับประทานอาหาร ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารได้ไม่มาก เนื่องจากอวัยวะในร่างกายเสื่อมสภาพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการย่อยอาหาร อาจทำให้มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และปัญหาในช่องปากและเรื่องของฟันที่เริ่มไม่แข็งแรง ซึ่งจะส่งผลให้การรับประทานอาหารของผู้สูงอายุทานได้น้อยลง

ดังนั้นผู้ดูแลต้องเข้าใจ และประกอบอาหารให้ง่ายต่อการรับประทานขึ้น เช่นมีการบด สับ หรือต้มให้เปื่อย หรือมีชิ้นที่เล็กลง รวมถึงการปรับเปลี่ยนการประกอบอาหารจากการทอดเป็นนึ่ง หรืออบใหอาการมีความนิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะในการเคี้ยว และรับประทานได้มากขึ้น น้ำดื่มควรจัดหาน้ำดื่มที่สะอาด และเพียงพอ สำหรับอาหารที่เหมาะสมได้แก่ อาหารที่ประกอบขึ้นจากเนื้อปลา ไข่ หรือนม และควรลดน้ำตาลลงให้มาก รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ และบุหรี่ด้วย

2.ควรขยับร่างกายวันละนิดหน่อยสำหรับผู้สูงอายุติดเตียง การออกกำลังกายจะช่วยให้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งหัวใจ และอวัยวะภายใน รวมทั้งระบบขับถ่าย กระดูกกล้ามเนื้อ และสมอง แต่ผู้สูงอายุไม่กล้าออกกำลังกายเนื่องจากเกรงว่าจะพลาดท่าทำให้ได้รับบาดเจ็บจากการหกล้ม และอาจไม่มีแรงในการออกกำลังกายก็ได้

ดังนั้นจำเป็น้องอาศัยผู้ดูแลช่วยพยุง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงที่ยังต้องการออกกำลังกายซึ่งถือว่ามีความจำเป็นต่อการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ถ้าสามารถที่จะทำได้อย่างน้อยวันละ 10-20 นาทีก็จะดีมาก ทั้งนี้กล้ามเนื้อจะเริ่มค่อย ๆ มีความแข็งแรงขึ้นตามระยะเวลา ทั้งนี้ผู้ปวยติดเตียงต้องมีความแข็งแรงอยู่พอสมควรด้วย ยิ่งถ้าออกกำลังการได้ครบทั้ง 3 รูปแบบด้วยวิธีคาร์ดิโอ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อทรงตัวได้เร็วขึ้น สามารถเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี เพียงออกกำลังกายวันละ 30 นาที

3.การมีสุขอนามัยที่ดี ต้องลด ละ เลิกสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ และการมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ รวมทั้งการดูแลและควบคุมเรื่องโรคติดต่อโดยให้มีภูมิคุ้มกันโรคให้สมบูรณ์โดยการพบแพทย์เป็นประจำ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

แต่สำหรับผู้สูงอายุที่ยังมีร่างกายที่แข็งแรงดีก็ควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อการป้องกัน หรือตรวจคัดกรองโรคประจำตัว หรือโรคเกิดใหม่ของผู้สูงอายุ เช่น โรคสมองเสื่อม ซึมเศร้า กระดูกพรุน หรือภาวการณ์มองเห็นหรือการได้ยินที่ผิดไปจากเดิม และภาวการณ์ขาดสารอาหาร ซึ่งต้องได้รับการตรวจเป็นประจำทุกปี หรือทุก 6 เดื่อน

4.เรื่องการขับถ่าย ผู้สูงอายุจำเป็นต้องเอาใจใส่ตัวเองในเรื่องการขับถ่าย โดยการสังเกตเรื่องการกินอาหาร และปัญหาท้องผูก ที่สลับกับการท้องเสีย อุจจาระมีมูกเลือด หรืออาการปัสสาวะอุจาระเล็ดหรือไม่ ทั้งนี้ไม่ควรอายและต้องบอกปัญหาที่เกิดขึ้นให้ผู้ดูแลได้รับรู้ เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายบางอย่าง แต่สามารถที่จะรักษาได้เนิ่น ๆ ถ้ารู้ก่อน ซึ่งจะทำให้ผู้สูงวัยกลับไปมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนเดิม

5.การรักษาความสะอาด โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงมักติดโรคได้ง่าย จึงต้องรักษาบริเวณที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อการป้องกันโรค เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ผู้ดูแลต้องใส่ใจเรื่องการดูแลฟัน เล็บ ผิวหนัง ผมและบริเวณซอกหลืบต่าง ๆ ของร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ ซึ่งรวมถึงอวัยวะเพศและร่องก้น ไม่ควรให้อับชื้นหรือเกิดความระคายเคือง ส่วนเรื่องอาหาราไม่ควรให้กินอาหารที่ปรุงทิ้งไว้ค้างคืน ควรต้องเป็นอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ ๆ เพื่อการรับประทานที่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะเรื่องยาเก่าที่อาจหมดอายุ ผู้ดูแลควรมีความรู้เรื่องนี้ให้ดี และรอบคอบเป็นอย่างดี ยาที่หมดอายุจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้บริโภคได้

6.อุปกรณ์ที่นำมาช่วยพยุงตัว หรืออุปกรณ์ช่วยเดินต่าง ๆ ควรใช้ตามที่แพทย์สั่งหรือที่แพทย์แนะนำ และควรให้มีขนาดที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน หรือผู้สูงวัย เข่น รองเท้าควรให้มีความนุ่ม และสวมใส่ได้อย่างสบาย กระชับกับเท้า และต้องหุ้มส่วนที่สัมผัสกับพื้นผิวของทางเดินได้เป็นอย่างดี เวลาสวมแล้วไม่หลุดง่าย พื้นไม่ลื่นสามารถเกาะพื้นผิวได้เป็นอย่างดี การใช้อุปกรณ์เพื่อการทรงตัวต้องใช้อย่างไม่เคอะเขินหรืออายผู้พบเห็น ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยไม่คาดฝัน ผู้ช่วยดูแลต้องมีความรู้ในการช่วยพยุงให้การเดินอย่างระมัดระวังตลอดเวลา

7.ไม่ครรละเลยเรื่องการให้ยา และเรื่องการแพทย์ ผู้ดูแลผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุทั้งป่วยและไม่ป่วย ต้องมีความรู้เรื่องการให้ยา โดยให้รับประทานยาให้ตรงเวลา และสม่ำเสมอเป็นประจำอย่าได้ขาด ให้ยาตามแพทย์สั่งให้ครบตามขนาดที่กำหนด ควรเอาใจใส่ดูแลการกินยาให้ถูกวิธี และกินให้ครบถ้วน หากพบว่าผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องกินยามีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ หอบเหนื่อย ซึมเศร้า หรืออาเจียนควรหยุดยา และรีบปรึกษาแพทย์ด่วน หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วันควรพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งได้แก่การซื้อยามารับประทานเอง

8.ควรปล่อยวาง พักผ่อน และให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ลดความเครียด ความกังวล ความคิดในด้านลบ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะมารบกวนการทำงานของเซลล์สมอง ทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลควรหาวิธีผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ โดยการพักผ่อนในแบบที่ชอบ เช่น การเดินทางท่องเที่ยว อ่านหนังสือ ฟังเพลง เต้นรำ หรือหางานอดิเรกมาทำ หรือการจัดสิ่งแวดล้อมใหม่เพื่อให้ดูแลได้ดีขึ้น หรือสะดวกขึ้น อาจทำให้จิตใจสงบลงได้ ไม่คิดฟุ้งซ่าน หรือถ้าต้องอยู่ในห้องนาน ๆ ก็ควรออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอนหรือนอกบ้านบ้างก็จะเป็นการดี

 

นานาสาระ ล่าสุด