ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 5:19 PM
b-school01
logo-b โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » ความสมบูรณ์แบบ ไม่ได้ดีเสมอไป

ความสมบูรณ์แบบ ไม่ได้ดีเสมอไป

อัพเดทวันที่ 27 ตุลาคม 2020 เข้าดู 17 ครั้ง

ความสมบูรณ์แบบ ไม่ได้ดีเสมอไป

ความสมบูรณ์แบบ ไม่ได้ดีเสมอไป

ความสมบูรณ์แบบ จำกัดความของคำว่าสมบูรณ์แบบของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนมองว่าความสมบูรณ์แบบคือการที่ต้องดีเลิศไปซะทุกอย่างเช่น มี การศึกษาที่ดี มีครอบครัวที่ดี มีทรัพย์สินทางการเงินที่ดี มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีชีวิตที่ดีจนทำให้คนอื่นน่าอิจฉา นี่สินะที่เรียกว่าความสมบูรณ์แบบของใครหลายๆคน แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกคนต่างมีความไม่สมบูรณ์แบบในตนเอง ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นเธอมีทุกอย่าง แต่เธอคนนี้กลับรู้สึกว่าตนเองไม่มีแม้แต่ความสมบูรณ์แบบใดๆเลย

เธอชื่อน้ำตาล เธอเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่ร่ำรวย มีฐานะทางการเงินที่ดี อาจเรียกง่ายๆได้ว่าลูกคุณหนู ซึ่งหลายคนต่างอิจฉาชีวิตของเธอเพื่อนของเธอต่างบอกเธอว่าเธอโชคดีและน่าจะมีความสุขมากที่ได้เกิดในครอบครัวแบบนั้น แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอต้องได้รับกับความกดดันหลายๆอย่างจากครอบครัว ทำให้เธอรู้สึกว่าหากเธอไม่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้เธออาจจะมีความสุขมากกว่า

“น้ำตาล เดี๋ยวเย็นนี้ไปออกงานการกุศลเป็นเพื่อนแม่ด้วยนะ แต่งตัวดีๆด้วยล่ะ”

“หนูไม่ไปได้ไหมคะแม่ พอดีหนูมีรายงานที่ยังทำไม่เสร็จ”

“ไม่ได้ หน้าตาทางสังคมมันสำคัญกว่ารายงานแค่เล่มเดียวนะ แล้วแม่ก็นัดเพื่อนๆของแม่ไว้หมดแล้วว่าลูกจะไป”

“หนูจำเป็นต้องไปด้วยจริงๆใช่ไหมคะ”

“พอดีแม่นัดกับเพื่อนคนนึงน่ะ เขาจะพาลูกชายมาแม่ก็เลยอยากให้น้ำตาลไปทำความรู้จักพี่เขาไว้”

เธอถูกบังคับให้ไปงานกับแม่ เพื่อที่แม่จะพาเธอไปทำความรู้จักกับลูกชายเพื่อน ซึ่งน่าจะคุยกันไว้แล้วว่าเมื่อโตขึ้นจะให้หมั้นหมายกัน แต่เธอคิดว่านี่มันคือชีวิตของเธอทำไมครอบครัวของเธอจะต้องมาคอยบงการว่าเธอต้องทำอะไรและรักกับใคร หน้าตาทางสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญมากในครอบครัวของเธอ พวกเขาสนใจแต่เรื่องหน้าตาจนบางทีแทบจะไม่ได้มองความรู้สึกที่แท้จริงของเธอเลยว่ารู้สึกอย่างไร

เธอยอมไปตามคำสั่งของแม่เพราะเธอไม่สามารถขัดอะไรได้ หากว่าเธอไม่ไปแม่ก็ต้องบังคับให้เธอไปอยู่ดี เธอไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็นหรือหากออกความคิดเห็นไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะสุดท้ายก็ต้องเอาตามความคิดของแม่อยู่ดี นี่หรอที่คนอื่นเรียกว่าชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เธอไม่มีความสมบูรณ์แบบใดๆเลย เพราะเงินทองที่ครอบครัวเธอมีมันไม่สามารถซื้อความสุขให้เธอได้เลย

“น้ำตาล ไปเที่ยวประเทศไหนมาแล้วบ้าง”

“ถามทำไมหรอ”

“เปล่าก็แค่อยากรู้เฉยๆ เห็นว่าน้ำตาลเป็นลูกคุณหนูน่าจะได้ไปเที่ยวเยอะ น่าอิจฉาจังเลย”

และนี่ก็คือสิ่งที่ใครหลายๆคนมาเข้ามาถามเธอว่าเป็นยังไง ชีวิตต้องมีความสุขมากๆแน่เลย เธอไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้ ว่าเธอมีความทุกข์ใจอย่างไรบ้าง เพราะหากเล่าไปเธอก็เป็นห่วงภาพลักษณ์หน้าตาของพ่อแม่ ทำให้เธอต้องมานั่งเสียใจเพียงคนเดียว เป็นปัญหาที่เธอไม่สามารถหาทางออกได้

“เราก็ได้ไปเที่ยวเหมือนคนปกติเขานั่นแหละ”

เธอตอบอย่างนิ่งเฉยพร้อมกับยิ้มให้เพื่อนและรีบเดินหนีออกมา เธอไม่ชอบที่ใครมาถามแบบนี้ เพราะมันทำให้เธอรู้สึกว่า เธอเสียใจ ที่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสร้างความสุขให้เธอได้ แต่สิ่งที่จะสร้างความสุขให้เธอได้คือ พ่อแม่และครอบครัวจะต้องเลิกบงการชีวิตของเธอ เลิกบังคับให้เธอทำอะไรตามที่ใจต้องการ เลิกสนใจหน้าตาทางสังคมที่ไม่ได้มีความสำคัญมากขนาดนั้น และรับฟังความคิดเห็นของเธอบ้าง หากเธอได้รับสิ่งนี้แม้เธอจะต้องอยู่ในครอบครัวที่ยากจนเธอก็ยอม เพราะมันคงจะมีความสุขมากกว่านี้

“น้ำตาล ปีนี้ต้องทำเกรดให้ได้ดีๆนะ เพราะลูกสาวเพื่อนพ่อเขาเรียนเก่งมาก อย่าทำให้พ่อเสียหน้านะ”

อีกหนึ่งแรงกดดันที่เธอต้องได้รับคือโดนกดดัน ให้ต้องเรียนเก่งๆ เธอโดนส่งไปเรียนพิเศษเพื่อจะได้เรียนให้ดีขึ้น เธอต้องทำเกรดให้ได้สูงๆเพื่อที่พ่อจะได้นำไปพูดกับสังคมของเขาได้ว่าเขามีลูกสาวที่เรียนเก่ง พ่อวางแผนให้เธอว่าเมื่อเรียนจบจะต้องไปเรียนต่อเมืองนอก แล้วกลับมาทำงานให้ที่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้เธอไม่สามารถออกปากออกเสียงอะไรได้เลย

“วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้างลูก”

“วันนี้หนูสอบตกค่ะแม่”

“ไม่เป็นไรนะ สอบตกเดี๋ยวคราวหน้าก็สอบใหม่ได้ ไม่ต้องเครียด”

เธอเห็นแม่ลูกคู่หนึ่งคุยกันมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกเศร้าที่แม่ของเธอไม่เคยถามแบบนี้ และที่สำคัญหากว่าเธอสอบตกแบบนี้เธอก็คงจะโดนดุว่าไม่ตั้งใจเรียน เธอได้เเต่อิจฉาคนที่เกิดมาในครอบครัวที่ดีมีพ่อแม่ที่เข้าใจ นั่นแหละคือความสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเธอ เงินทองที่เธอมีเป็นเพียงสิ่งที่อำนวยความสะดวกให้เธอในหลายๆอย่าง แต่สิ่งที่มีความสุขที่เธอต้องการจริงๆก็คือ ความเข้าใจจากครอบครัว

เธอตัดสินใจที่จะเดินไปคุยกับพ่อแม่ว่าเธอชอบอะไร อยากทำอะไร อยากเรียนอะไร และจบมาอยากที่จะทำอาชีพอะไร ซึ่งผลที่ได้รับนั้นก็คือ พวกเขาไม่เห็นด้วยกับความคิดของเธอและพวกเขาตอบกลับเธอมาว่า

“จะคิดอะไรจะทำอะไรก็หัดนึกถึงหน้าพ่อแม่บ้าง เรามีหน้ามีตาทางสังคม จะเลือกเรียนอะไรก็ต้องเรียนให้มันสูงๆเรียนที่ดีๆ แล้วก็ต้องมาทำอาชีพสานต่อธุรกิจครอบครัว ถ้าน้ำตาลไม่ทำแล้วใครจะทำ อย่าเห็นแก่ตัวได้ไหม”

พอแม่ตอบกลับเธอมาแบบนั้นแล้วเดินหนีเข้าห้องไป เมื่อเธอได้ยินเธอก็รีบวิ่งเข้าไปร้องไห้ในห้องเพียงคนเดียวเช่นกัน เธอรู้สึกว่า เธอได้แต่โกรธโชคชะตาว่าทำไมต้องส่งเธอมาอยู่ในครอบครัวแบบนี้ เธอไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เพราะพ่อแม่ไม่รับฟังเธอและไม่มองเข้าไปในหัวใจของเธอเลย เธอก็ได้แต่คิดว่าเธอเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบที่สุดต่อให้ทุกคนจะมองว่าเธอมีความสุขหรือว่ารวยล้นฟ้าแค่ไหน แต่เธอกลับมองว่าตัวเองเป็นคนที่มีความทุกข์มากที่สุด ภาพลักษณ์ภายนอกที่คนอื่นมองเข้ามากับความเป็นจริงที่เธอต้องพบเจอมันช่างแตกต่างกัน หน้าตาทางสังคมที่พ่อแม่สร้างเอาไว้ก็เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้ใครมาว่าและเอาไปไปนินทาเเต่สิ่งนี้มันช่างทำร้ายจิตใจของเธอเหลือเกิน เธอจึงอยากจะบอกกับทุกคนว่า ความสุขบางทีก็ไม่ได้เกิดจากสิ่งนอกกายเสมอไป เพราะการมีครอบครัวที่เข้าใจมันมีความสุขมากยิ่งกว่าสิ่งไหน

 

นานาสาระ ล่าสุด