ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 5:58 PM
b-school01
logo-b โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » หอพักพาหลอน

หอพักพาหลอน

อัพเดทวันที่ 25 ตุลาคม 2020 เข้าดู 19 ครั้ง

หอพักพาหลอน ผีหลอกไม่ซ้ำหน้า

hotel

หอพักพาหลอน เรามีประสบการณ์หลอนมาเล่าให้ทุกคนฟังค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเรา เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ตรงที่เราไม่มีวันลืมเลยละค่ะ เราไปเริ่มงานใหม่ย่านบางนาซึ่งไกลจากบ้านของเราค่อนข้างมาก ตอนแรกๆเราก็เดินทางไปเช้า เย็นกลับ แต่ด้วยความที่เวลาทำงานของเราเลิกสามทุ่ม ต้องรอลุ้นรถเที่ยวสุดท้ายแทบทุกวันเลยค่ะ ถ้าวันไหนต้องเคลียร์งานก็มักจะลงมาขึ้นรถเที่ยวสุดท้ายไม่ทัน เลยต้องเรียกแท็กซี่กลับอยู่บ่อยครั้ง เราเลยตัดสินใจคุยกับทางบ้าน ทั้งพ่อและแม่ว่าขอย้ายมาอยู่หอพักใกล้ๆ ที่ทำงานแทน

ในชีวิตเราไม่เคยอยู่หอพักมาก่อนเลยค่ะ สมัยที่เป็นนักเรียกก็เรียนโรงเรียนใกล้บ้านตั้งแต่อนุบาลจนถึงช่วงจบมัธยมปลาย พอตอนเข้ามหาวิทยาลัยก็เดินทางไป – กลับทุกวัน ที่บ้านเราค่อนข้างหัวโบราณค่ะ แต่เรามักจะชอบแหกคอกอยู่เป็นประจำ

อย่างที่บอกค่ะ เราทำงานเลิกสามทุ่ม กว่าจะกลับถึงบ้านแม่เราก็รู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้า แต่ละวันที่ออกมาทำงานถึงเราจะเข้างานสายแต่ปัญหาอยู่ที่ตอนกลับบ้านค่ะ เพราะรถมักจะหมดอยู่เรื่อย เราเลยลองคุยกับแม่ไปตรงตรงว่าขอย้ายมาอยู่หอพักใกล้ที่ทำงาน ที่ทำงานเราอยู่ใกล้สี่แยกบางนาเลยค่ะ ทางฝั่งสรรพวุธ เราเลยหาห้องที่อยู่ใกล้ๆ ละแวกนั้นสามารถเดินไปก็ได้ค่ะ ถ้านั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ 10 บาท เราใช้เวลาหาห้องพักอยู่ประมาณสองอาทิตย์ก็ตกลงเช่าห้องที่หอนี้ค่ะ

หอพักที่เราเช่าเป็นหอที่เพิ่งสร้างใหม่ อยู่ทางแยกสรรพาวุธ เข้าซอยไปนิดหน่อย เป็นหอ 5 ชั้นค่ะ ห้องเราอยู่ชั้น 3 ด้านนอกก็ดูใหม่ดีค่ะ ตอนเราเช่าหอพักเป็นตึกสีเขียวค่ะ ด้านในก็สะอาดใช้ได้เราได้พักที่ห้อง 311 บอกตรงตรงเราไม่ทันได้คิดอะไรเยอะห้องว่าง สะอาดสะอ้าน ดูปลอดภัย ไม่ไกลที่ทำงานเราก็ตกลงละค่ะ

ตอนย้ายของวันแรกเราเลือกวันเสาร์ค่ะและชวนน้องสาวมานอนเป็นเพื่อนในคืนแรก ขนของมาถึงเราก็จัดของเข้าที่จนมืดเพิ่งสังเกตุว่าด้านระเบียงหลังห้องเราเป็นโรงไม้ค่ะ แล้วพอมองไปรอบๆคือมันดูมีอะไร ดูแบบน่ากลัวอะค่ะมีไม้เรียงกันเป็นกองๆ เต็มไปหมด เราเลยรีบเข้าห้อง คืนแรกเราปิดไฟนอนเปิดไว้แต่ไฟที่ห้องน้ำแล้วเปิดประตูห้องน้ำไว้นิดๆ ให้พอมีแสงออกมาค่ะ เรานอนฝั่งติดกับประตูทางเข้าห้อง น้องเรานอนข้างๆ เราขอบอกก่อนนะคะว่าเราเป็นคนสายตาสั้น สั้นแบบสั้นมากๆ ห้าร้อยกว่า ถ้าจะให้มองอะไรไกลๆ เกินเอื้อมมือนี่คือไม่มีทางมองเห็นได้เลยค่ะ ทุกอย่างที่เรามองถ้าไม่ใส่แว่นคือเบลอหมดทุกสิ่งอย่าง

แล้วพอตอนนอนน้องเราชิงหลับไปก่อนล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ค่ะ เรานอนไม่หลับเลยมองไปรอบๆห้อง สายตาเราดันไปสะดุดกับมุมห้องตรงข้ามห้องน้ำค่ะ เราไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยค่ะ สิ่งที่เราเห็นคือเป็นผู้หญิงตัวผอมๆ ผมยาวคนนึง นั่งกอดเข่าก้มหน้าอยู่ตรงมุมห้อง เรารู้ทันทีว่าไม่ใช่คนแน่นอนเพราะเราไม่มีทางมองเห็นชัดขนาดนี้ เราเลยสะกิดน้องสาวเราเพื่อจะปลุกให้ตื่นขึ้นมาเป็นเพื่อนช่วยเพิ่มความอุ่นใจ แต่สะกิดยังไงก็ไม่ตื่น มองไปอีกทีก็ยังเห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งก้มหน้าอยู่ตรงมุมห้องที่เดิม เราเลยหลับตาแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นใดๆทั้งสิ้นจนเผลอหลับไปตอนไหนไม่แน่ใจ ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกและคืนแรกที่เราเจอผีในห้องของเรา

หลังจากอยู่ไปได้สักพักเริ่มมีความเคยชินและไม่ได้มีอะไรโผล่มาบ่อยนัก แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยค่ะ  ครั้งที่ 2 ที่เราเจอคือเรานอนหลับอยู่บนเตียงแล้วรู้สึกว่ากำลังมีผู้ชายพยายามจะล่วงเกินเรา เราดิ้นไปมาเพื่อเอาตัวรอด จนลืมตาตื่นเลยรู้ว่ามันเป็นแค่ความฝัน แต่เหมือนจริงมากๆค่ะ แล้วผีผู้ชายคนนั้นก็ยังไม่หยุดค่ะ พอเราหลับตาก็มีเหมือนมือคนมาจับที่ตัวเราอีก เราก็ดิ้นๆ จนหลุดออกมาด้วยความเหนื่อยล้าเราเลยคิดในใจว่า อย่ามากวนได้มั้ย คนจะหลับจะนอน พอเราพูดจบมันก็ยังไม่ยอมหยุดพยายามจะมีอะไรกับเราให้ได้

คือเรารับรู้ถึงการยื้อดึงแขนเราอะไรแบบนี้อะค่ะ เราเลยพูดคำว่าถ้าไม่หยุดจะแช่งนะ ไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดเลย ผีผู้ชายคนนั้นเลยไปค่ะ อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เราเจอและเหมือนจริงคือเรานอนหลับอยู่ แล้วเราก็ฝันว่ามีคนมาเปิดประตูพยายามจะเข้ามาในห้อง เราก็ลุกขึ้นไปดันประตูไว้ไม่ให้เข้า แต่ตอนนั้นดูไม่ออกนะคะว่าเป็นใครจำได้แค่ว่าเป็นผู้ชายพยายามดันให้ประตูเปิดออก ทุกอย่างนี้อยู่ในความฝันนะคะ เราเองก็รู้ตัวว่ากำลังฝันแต่เหมือนการยื้อและการดึงดันประตูมันแรงมาก รวมถึงเหมือนจริงมากเราเลยตื่นค่ะ ปรากฏว่าประตูห้องเราเปิดอยู่แต่ไม่ถึงกับกว้างนะคะ เปิดออกแบบเหมือนแง้มๆไว้ เปิดทิ้งเอาไว้อะค่ะ

เรารีบลุกขึ้นไปปิดประตู แล้วก็ถามตัวเองว่าลืมปิดประตูเหรอแต่ไม่ใช่แน่นอนเรามั่นใจ การที่เราจะลืมปิดประตูมันเป็นไปได้ยากมากค่ะ เพราะก่อนนอนเราต้องเช็คความเรียบร้อยอีกรอบแถมเรายังเดินทำนู้นทำนี่อยู่ในห้อง ถ้าประตูเปิดอยู่เราน่าจะเห็นบ้าง

อีกเหตุการณ์นึงที่จะเล่าและเหมือนจริงอีกเรื่องคือ ช่วงวันหยุดมีอยู่วันหนึ่งเราไม่ได้กลับบ้าน คือปกติเราจะกลับบ้านเราที่พระรามสองทุกอาทิตย์ค่ะ แต่วันนั้นเหมือนฝนตกเราเลยโทรศัพท์บอกแม่เราว่าไม่กลับบ้านนะ แกก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ เรานอนช่วงเย็นเปิดประตูหลังห้องที่เป็นระเบียงไว้เพราะฝนตกนอนเย็นสบายเลย เราไม่แน่ใจว่าเผลอหลับไปตอนไหนค่ะ แต่เราได้ยินเสียงกะละมังที่เราคว่ำไว้ตรงพื้นระเบียงมันดังเหมือนมีใครกระโดดเข้ามาแล้วโดนกะละมัง เราลืมตาขึ้นมองแต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้ใส่แว่นนะคะ เรานอนหันหน้าไปทางระเบียงห้องพอดีแล้วเราก็เห็นเท้าใหญ่ๆคู่นึงเหมือนกำลังก้าวหลบไปทางประตูที่เป็นผ้าม่านอะค่ะ

เหมือนรู้ว่าเราตื่นมองอยู่ ตอนแรกเลยเราตกใจมากค่ะกลัวจะเป็นโจร เป็นผู้ร้ายที่เข้ามาทางระเบียง ตอนนั้นฟ้าเริ่มมืดค่ะเราจ้องปลายเท้าคู่นั้นที่เหมือนยืนหลบอยู่ แต่พอได้สติเราก็คิดได้ว่าเราจะมองเห็นไปถึงตรงนั้นได้ยังไง เมื่อเราสายตาสั้น สั้นมากสั้นจนเราไม่สามารถมองเห็นว่าตรงนั้นมีอะไรที่ขยับหรือมีอะไรตั้งอยู่ เราเลยแน่ใจแล้วว่าต้องไม่ใช่คนแน่ เราขยับตัวลุกขึ้นหยิบแว่นมาใส่แล้วค่อยๆเดินออกไปตรงระเบียง แล้วรีบปิดประตูระเบียง ได้แต่คิดว่ายังไม่ทันมืดเลยนะเนี่ย  นี่ก็คือเหตุการณ์ต่างๆที่เราเจอตอนที่เราไปอยู่ที่หอพักนั้น เราเช่าที่นั่นอยู่หนึ่งปีเต็มเรียกง่ายๆว่า เจอผีไม่ซ้ำหน้าเลยค่ะ

นานาสาระ ล่าสุด