ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 30 กันยายน 2021 11:40 AM
b-school01
logo-b โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » อาการนอนไม่หลับ

อาการนอนไม่หลับ

อัพเดทวันที่ 14 ตุลาคม 2020 เข้าดู 55 ครั้ง

อาการนอนไม่หลับ สาเหตุการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ

อาการนอนไม่หลับ

       อาการนอนไม่หลับ ลักษณะที่เห็นได้ทั่วไปของผู้สูงอายุ ได้แก่ ผู้ที่มีผมหงอก เดินเหินไม่คล่องแคล้วเนื่องจากมีหลังค่อมเล็กน้อย ผิวหยาบและเหี่ยวย่น ซึ่งเป็นลักษณะภายนอกที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ภายในนั้นมีผลกระทบต่อสุขภาพไม่น้อยเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอวัยวะภายใน โดยเฉพาะระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย อวัยวะสำคัญที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดได้แก่สมองนั่นเอง

       และอาการอีกอย่างในผู้สูงอายุได้แก่ อาการนอนไม่หลับ ซึ่งเป็นอาการที่สมองทำงานไม่ปกติ เปรียบได้กับการหมดสติหรือหลับไม่ตื่น ซึ่งเป็นอาการที่ทำให้คนใกล้ชิดหรือญาติสนิทตกใจและเป็นอาการที่ต้องไปพบแพทย์ แต่บางท่านไม่ทราบและปล่อยไว้ หรือไปหายามาบรรเทาอาการด้วยตนเอง ซึ่งยานอนหลับนั้นท่านทราบไหมว่ามันเป็นดาบสองคมถ้าต้องใช้บ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จากผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปมีอาการนอนไม่หลับเป็นจำนวนมาก

       ซึ่งเป็นสัญญาณหรืออาการเตือนว่าอาจมีโรคต่าง ๆ แทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะโรคทางสมองซึ่งต้องได้รับการรักษา ก่อนที่จะรุกรามใหญ่โตและสายเกินไป เป็นปัญหาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ เป็นอาการที่ทั้งตนเองและผู้ใกล้ชิดต้องให้ความสนใจสาเหตุการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ มี 2 สาเหตุด้วยกันคือ

  1. เกิดจากการเปลี่ยนแปลทางร่างกาย โดยธรรมชาติเมื่อคนเราเริ่มเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดได้แก่สมองซึ่งอาจจะเสื่อมลงไป ทำให้ลักษณะการนอนหลับของผู้สูงอายุต้องเปลี่ยนไปดังนี้
  • ระยะการนอนตอนกลางคืนลดลง
  • ใช้เวลานานกว่าจะนอนหลับ
  • ใช้เวลาก่อนที่จะหลับยาวขึ้น ทำให้ช่วงที่หลับสนิทลดลง
  • จะมีการตื่นบ่อยขึ้นโดยเฉพาะกลางดึก

ไม่ว่าผู้สูงอายุจะมีสุขภาพดีหรือไม่เพียงไร ก็อาจทำให้ต้องรู้ตัวเองว่านอนน้อยลง หรือนอนไม่หลับ โดยมีข้อที่น่าสังเกตได้แก่ ถ้าป่วยจะเห็นว่าดูเหมือนมีอาการนอนไม้หลับ แต่ในเวลากลางวันจะไม่มีอาการง่วงเหงาหาวนอนแต่อย่างใด

  1. เกิดอาการเนื่องจากมีโรคอื่นแทรกหรือซ่อนอยู่ภายในต่าง ๆ ได้แก่

อาการจากยาประจำที่ใช้อยู่ ซึ่งยาบางชนิดที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลางหรือสมอง ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ เช่น การใช้ยาเป็นเวลานาน ยาระงับอาการสั่น หรือการเคลื่อนไหวช้าด้วยอาการโรคพาร์กีสัน หรือแม้กระทั่งส่วนผสมของยาที่รักษาโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสมอง เช่น Alcohol ซึ่งผสมอยู่ในยาแก่ไอ หรือ Caffeine ที่เป็นส่วนผสมนาแก้หวัด เป็นต้น ต่อเมื่อหยุดใช้ก็อาจทำให้อาการนอนไม่หลับหายไปได้

  • โรคที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ ที่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ในตอนกลางคืน ซึ่งจะมีผลกับการนอน เช่น โรคเบาหวานซึ่งต้องปัสสาวะบ่อย โรคต่อมลูกหมากโต โรคไตวายเรื้อรัง หรือการใช้ยาขับปัสสาวะ ก็เป็นปัญหากับการนอนหลับทั้งสิ้น
  • เกิดจากความเจ็บปวดอันมีผลมาจากได้รับบาดเจ็บหรือเป็นแผล ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บทางร่างกายหรืออวัยวะอื่น ก็มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมกับการนอนหลับเช่นกัน เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีความเปราะบางกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เมื่อได้รับผลกระทบก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการได้มากขึ้น เช่น อาการข้อเข่าเสื่อม กระดูดคอเสื่อม หรือกระดูดสันหลัง เป็นต้น หรือเป็นอาการจากอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น อาการท้องผูก แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย เป็นต้น
  • โรคสมองเสื่อม และภาวะจิตไม่ปกติ ผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการสมองเสื่อมในระยะแรกจะเริ่มด้วยอาการนอนไม่หลับ นอกจากอาการหลงลืม และการเปลี่ยนพฤติกรรมประจำตัวที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นอาการเบี่ยงเบนให้เห็นได้ว่าเริ่มมีอาการสมองเสื่อม โดยเฉพาะผู้สูงอายุคนไทยส่วนใหญ่จะมีอาการอุดตันของเส้นเลือด ทำให้โลหิตไปเลี้ยงสมองไม่พอ ถ้าเป็นซ้ำ ๆ กันหลายครั้งอาจทำให้เกิดอาการอัมพาตด้วยก็ได้ นอกจากนี้อาการซึมเศร้าก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นอนไม่หลับในผู้สูงอายุได้ โดยเริ่มจากอาการเข้านอนไม่ได้ตามปกติ และมักจะตื่นในเวลากลางดึก ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายต้องพักผ่อน
  • เกิดจากสาเหตุอื่น ผู้สูงอายุบางรายอาจไม่สามารถนอนหลับสนิท เนื่องจากสมองส่วนที่ทำหน้าที่กระตุ้นการหายใจจะทำงานลดลง ทำให้เกิดอาการหยุดหายใจชั่วขณะ จากนั้นสมองจะกระตุ้นอย่างแรงให้หายใจ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยตื่นขึ้นมาและไม่สามารถหลับต่อได้อีก หรือบางรายเมื่อกำลังหลับสนิทลิ้นในปากจะตกหรือย้อนไปข้างหลังและไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้มีเสียงกรน แต่ถ้ามีอาการมากอาจทำให้อากาศไม่สามารถผ่านไปที่หลอดลมและปอดได้ สมองก็จะได้รับการกระตุ้นอย่างรุนแรง เพื่อกระตุ้นให้ระบบร่างกายพยายามที่จะหายใจก็จะทำให้ผู้ป่วยตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่แล้วก็ไม่อาจจะหลับต่อได้อีกจนถึงเช้า

จากสาเหตุการนอนไม่หลับที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นว่าผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุต้องได้รับการซักประวัติเมื่อไปพบแพทย์ และแจ้งเหตุของการนอนไม่หลับ ซึ่งแพทย์จะต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อสืบหาสาเหตุและต้นตอของการนอนไม่หลับ ซึ่งสาเหตุของการนอนไม่หลับของผู้สูงอายุแต่ละรายนั้นมีหรือเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นการยากที่จะวินิจฉัย

แต่ในขึ้นต้น เมื่อผู้สูงอายุเริ่มมีอาการนอนไม่หลับ ก็มีข้อควรปฏิบัติเพื่อช่วยบรรเทาอาการขั้นต้นได้ดังนี้

  • ให้หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
  • ไม่ควรดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ในช่วงเวลาก่อนนอน
  • ก่อนนอนประมาณ 4-5 ชั่วโมงไม่ควรดื่มน้ำ ถ้ามีปัญหาในการปัสสาวะกลางดึก
  • เพิ่มกิจกรรม หรือควรออกกำลังกาย ตอนกลางวันให้มากขึ้น
  • ถ้าไม่มีอาการง่วงนอนเมื่อถึงเวลาเข้านอน ซึ่งทำให้นอนไม่หลับ ควรอย่าพยายามนอนให้ลุกขึ้นมาหาอะไรทำจะเป็นการดีกว่าที่จะนอนอยู่บนเตียง
  • ควรกำหนดการกินอาหารมื้อเย็นให้เร็วขึ้น หรือต้องกินอาหารให้สม่ำเสมอในเวลาเดียวกันทุกวัน ซึ่งควรมีอาหารโปรตีนให้มากขึ้น
  • ให้จัดสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนใหม่ เพื่อให้เกิดความเงียบให้มากและควรลดแสงและความร้อนด้วย
  • ถ้าสามาระฝึกการทำสมาธิได้ก็จะเป็นการดีมาก

โดยสรุปแล้ว ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ หรือต้องตื่นบ่อยในเวลากลางดึกซึ่งมีผลต่อสุขภาพทำให้สมองเสื่อมควรต้องเข้าใจกับปัญหาดังกล่าว และพยายามปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่อาการก็ยังไม่ทุเลาควรต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้เพื่อจะได้ค้นหาสาเหตุซึ่งอาจเป็นโรคร้ายต่าง ๆ จะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที และทำให้อาการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุหายไปในที่สุด

 

นานาสาระ ล่าสุด