ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 18 กันยายน 2021 5:22 PM
b-school01
logo-b โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » โรคหลอดลมอักเสบ วิธีการวินิจฉัยเพื่อตรวจสอบอันตรายจากโรค

โรคหลอดลมอักเสบ วิธีการวินิจฉัยเพื่อตรวจสอบอันตรายจากโรค

อัพเดทวันที่ 9 กันยายน 2021 เข้าดู 7 ครั้ง

โรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบ สามารถใช้ยาขยายหลอดลมได้ตามสภาพของตนเอง ยาที่ใช้กันทั่วไปเช่น ยาขยายหลอดลม ยาบีบหลอดเลือด สามารถใช้ผ่านเครื่องสูดยาขนาดตามมิเตอร์ หรือเทอร์บูทาลีนในช่องปาก หรือยาขยายหลอดลม ซึ่งยาออกฤทธิ์นานเช่น อะมิโนฟิลลีนหรือธีโอฟิลลีน โดยควบคุมการปลดปล่อยยาผ่านทางปาก

ยาต้านการอักเสบ รวมถึงการสูดดมสารกระตุ้นตัวรับที่ออกฤทธิ์นาน แต่จะถูกทำให้เจือจางและฉีดเข้าเส้นเลือดดำ นอกจากนี้สามารถสูดดมผ่านละอองยาที่มียาขยายหลอดลม หรือซาลบูทามอล หลายคนกังวลว่าจะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ โรคหลอดลมอักเสบ สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าต้องการรักษาโรคนี้

ควรใส่ใจกับการรักษารวมถึงการบำรุงร่างกายนั้น นอกจากการรักษาแบบแอคทีฟแล้ว ผู้ป่วยในชีวิตประจำวันยังต้องให้ความสนใจมากขึ้น ดังนั้นแนะนำว่า ควรออกกำลังกายให้แข็งแรง เพื่อปรับปรุงสมรรถภาพทางกายและต้านทานโรคในคน อย่าทำงานหนักเกินไป

วิธีตรวจหา หลอดลมอักเสบ ค่าความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยจำนวนเม็ดเลือดขาวทั้งหมด รวมถึงจำนวนที่แตกต่างกันของผู้ป่วยในระยะการรักษาตามปกติ โดยจำนวนเม็ดเลือดขาวและนิวโทรฟิลทั้งหมด อาจเพิ่มขึ้นในระยะแรกของอาการเฉียบพลันจากการติดเชื้อแบคทีเรีย อีโอซิโนฟิลในเลือดอาจเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ รวมถึงโรคหอบหืด

การตรวจเสมหะ รวมถึงการปรากฏตัวของเสมหะในระยะเฉียบพลันมักเป็นหนอง โดยพบนิวโทรฟิลจำนวนมากเมื่อตรวจสเมียร์ สามารถพบอีโอซิโนฟิลมากขึ้นในผู้ป่วยโรคหอบหืด การเพาะเชื้อเสมหะ แสดงให้เห็นการเจริญเติบโตของเชื้อสเตรปโตค็อกคัสนิวโมเนีย ฮีโมฟิลัสอินฟลูเอ็นซาอีเป็นต้น

วิธีการวินิจฉัยโรคหลอดลมอักเสบ มักมีประวัติความหนาวเย็น ความเหนื่อยล้าหรือปัจจัยกระตุ้นอื่นๆ อาการได้แก่ อาการไอมีเสมหะ อาการหนาวสั่น มีไข้ ปวดศีรษะและเจ็บแขนขา รวมถึงเสียงลมหายใจในปอดทั้งสองข้างหนาขึ้นและกระจายเป็นลมแห้ง โดยจำนวนเม็ดเลือดขาวมักจะเป็นปกติ รวมถึงปอดมักจะเป็นปกติ หรือหนาขึ้นในการตรวจเอกซเรย์

อันตรายจากโรคหลอดลมอักเสบ หลอดลมอักเสบจะลดการทำงานของปอด เมื่อหลอดลมอักเสบเฉียบพลันเริ่มต้นขึ้น ต่อมในหลอดลมจะผลิตเมือกมากกว่าปกติ เพราะจะทำให้ไอและลดการทำงานของปอดของผู้ป่วย ในขณะเดียวกันก็ช่วยเร่งการเกิดโรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การไอเป็นเวลานานของหลอดลมอักเสบ ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลต่อการรับประทานอาหารของผู้ป่วย การนอนหลับส่งผลให้คุณภาพผู้ป่วยลดลง ของชีวิต การฟื้นตัวของหลอดลมอักเสบเป็นเวลานานและยากที่จะรักษา โดยอาจเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต หลอดลมอักเสบส่วนใหญ่แสดงอาการไอ และเสมหะซ้ำๆ เป็นเวลานาน

ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อทำให้อาการรุนแรง ทำให้อาการยาวนานขึ้น ส่งผลต่อความยากลำบากโดยสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต อาการหลอดลมอักเสบ สามารถพัฒนาเป็นโรคหัวใจปอดได้ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของหลอดลมอักเสบกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคทางเดินหายใจ เพราะสามารถพัฒนาเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง โดยสุดท้ายอาจพัฒนาเป็นโรคหัวใจได้่

การบำบัดด้วยอาหารโรคหลอดลมอักเสบ ให้ใช้น้ำหัวไชเท้าน้ำผึ้ง โดยใช้หัวไชเท้าขาวขนาดใหญ่ 1 หัวและน้ำผึ้ง 100 กรัม หลังจากล้างหัวไชเท้าแล้วให้ผ่าตรงกลางออก ใส่น้ำผึ้งลงในชาม จากนั้นเติมน้ำลงไป 20 นาที จากนั้นนำมารับประทานได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมวันละ 1 ครั้งในตอนเช้าและเย็น เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันที่มีเสมหะมากเกินไป รวมถึงอาการไม่สบายตัว

ชาข้าวอัลมอนด์ ใช้อัลมอนด์ 120 กรัม ข้าว 30 กรัมและน้ำตาล 150 กรัม แช่อัลมอนด์ในน้ำเดือด 15 นาที จากนั้นให้ปอกเปลือกออก ล้างและหั่นเป็นเม็ดเล็กๆ แล้วแช่ในน้ำเย็น ล้างข้าวและแช่ในน้ำเย็น 30 นาที จากนั้นคนอัลมอนด์กับข้าว เติม 600 น้ำเปล่า จากนั้นเอาสารตกค้างออกแล้วเทลงในหม้อ ตั้งน้ำในหม้อแล้วใส่น้ำ 500 มิลลิลิตรใส่น้ำตาลทราย จากนั้นค่อยๆ เทอัลมอนด์บดลงในหม้อแล้วผัดจนข้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยไอเรื้อรังที่มีอาการบาดเจ็บ และอาการไอ

รวมถึงอาการไอ เสมหะขาวและอาการเบื่ออาหาร รวมถึงถุงน้ำดีและน้ำผึ้ง มีส่วนช่วยในการรักษาโรคหลอดลมอักเสบ สามารถใช้เนื้อแกะ 250 กรัมกับน้ำผึ้ง 500 กรัม ผสมให้เข้ากันแล้วน้ำ รับประทานครั้งละ 1 ช้อน ในขณะท้องว่างในตอนเช้าและก่อนนอนในตอนเย็น จากนั้นเอาไว้ตอนร้อน ทำให้หน้าอกและหลัง ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคหลอดลมอักเสบได้ง่าย จากนั้นให้รับประทานในช่วงที่อากาศหนาว โดยทั่วไปไม่มีผลข้างเคียง อย่างไรก็ตาม ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้

อ่านต่อเพิ่มเติม คลิ๊ก !!!          ไข่ การกินไข่ สัปดาห์ละสองถึงสามฟอง สามารถบรรลุผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

นานาสาระ ล่าสุด