ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1
วันที่ 8 พฤษภาคม 2021 4:20 PM
b-school01
logo-b โรงเรียนบ้านห้วยท่าช้าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » โรงแรมหลอน

โรงแรมหลอน

อัพเดทวันที่ 22 ตุลาคม 2020 เข้าดู 26 ครั้ง

โรงแรมหลอน ข้าง “ทัช มาฮาล”

โรงแรมหลอน

โรงแรมหลอน เรื่องราวของสิ่งลี้ลับที่หลายคนได้พบเจอ ก็มีทั้งแบบที่มาเป็นเสียง มาในความฝัน มาแบบตัวเป็นๆ หรือแบบมาผ่านร่างคนอื่น ในส่วนของเราที่เดินทางอยู่บ่อยครั้ง มีหรือคะที่จะรอดพ้น ต้องบอกก่อนว่าโดยปกติจริงๆแล้วเราเป็นกลัวผีมากนะคะ ถ้าอยู่คนเดียวก็จะไม่ปิดไฟเลย แปลกแต่จริงคนที่บอกว่ากลัวแต่เดินทางคนเดียวตลอด น้อยครั้งมากที่เราจะมีน้องสาวหรือเพื่อนสนิทไปด้วย

        ครั้งนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกข้ามประเทศให้ทุกคนได้รู้กันค่ะ เราเดินทางไปประเทศอินเดียบ่อยมาก ไปเที่ยวนี่แหละค่ะ ไปหลายเมืองไปแต่ละครั้งก็หลายวัน เมื่อช่วงปลายปี 2562 เรามีโอกาสได้ไปประเทศอินเดียอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เราวางแผนว่าจะไปเที่ยวหลายเมืองเลยค่ะ สามวันแรกเราไปที่เมือง NEW DELHI (นิวเดลี) แล้วนั่งรถไฟไปที่เมือง CHANDIGARH (ชานดิการ์) แล้วก็กลับมาตั้งหลักที่เมือง NEW DELHI (นิวเดลี) อีกครั้ง ซึ่งเราวางแผนที่จะนั่งรถไฟไปเที่ยวที่เมือง AGRA หรือ อัครา เมืองที่เป็นที่ตั้งของ TAJ MAHAL (ทัช มาฮาล)  นั่นแหละค่ะ

        เรานั่งรถไฟจากเมือง NEW DELHI (นิวเดลี)  ไปตั้งแต่เช้ามืดขึ้นรถไฟประมาณตี 5 ไปถึง AGRA (อัครา) ราวๆ เจ็ดโมงเช้าได้ ไปคนเดียวค่ะ สวยๆ เลย หึหึ ไม่ใช่เราสวยนะคะ เจอเรื่องสวยสวยเลยค่ะ พอไปถึงเราก็เรียกรถสามล้อรับจ้างจากสถานีรถไฟให้ไปส่งที่ที่พักที่เราจองไว้ ที่พักแห่งนี้อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าของ TAJ MAHAL (ทัช มาฮาล) ฝั่งทิศตะวันตก ประมาณ 600 เมตร อันนี้ที่ที่พักเขาเขียนเคลมไว้ในข้อมูลนะคะ

        นั่งสามล้อมาได้สัก 20 นาที ก็ถึงที่พัก ระหว่างทางลุงคนขับสามล้อก็พยายามขายทัวร์ให้เราประมาณว่าเหมารถเขาเถอะแล้วจะพาเที่ยวเราเลยตกลง เลยบอกกับลุงคนขับว่าเดี๋ยวพอเราเอากระเป๋าเก็บแล้วจะออกมา โชคดีที่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลห้องพักบอกเราว่ามีห้องว่างอยู่เช็คอินได้ เราขอไม่บอกชื่อของที่พักนะคะ เอาเป็นว่า ขึ้นต้นด้วยตัว S พอเนอะ สภาพของที่พักคือเป็นเหมือนบ้านแล้วเอามาดัดแปลงซอยเป็นห้องห้องเหมือนห้องเช่าค่ะ มีทั้งหมด 2 ชั้น เราได้ห้องชั้นล่างตรงทางขึ้นบันไดค่ะ

        โรงแรมนี้ไม่ได้มีล็อบบี้แบบโรงแรมทั่วไปค่ะ มีเป็นเคาท์เตอร์เล็กๆ เพื่อให้เช็คอินขนาดกุญแจที่ใช้เปิดห้องยังไม่ได้เป็นคีย์การ์ดเลยค่ะ กุญแจที่เราได้มาคือเป็นแม่กุญแจใหญ่ๆ แบบกุญแจโบราณใช้การคล้องสายยูเป็นตัวล็อกค่ะ พอเราไขประตูเปิดเข้าไปในห้องก็มองสำรวจไปรอบๆ คือเตียงโอเค สภาพห้องโอเค ความสะอาดโอเค ห้องน้ำโอเค ถึงทุกอย่างจะดูเก่าไปหน่อยแต่โดยรวมใช้ได้ เรารีบวางกระเป๋าแล้วออกไปค่ะ เพราะกลัวลุงคนขับสามล้อจะรอนาน

        เราออกไปตามสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง AGRA (อัครา) ค่ะ ลุงสามล้อพาเราวนเที่ยวหลายที่เลย เรียกง่ายๆไปจนครบรอบเมืองก็ว่าได้ เราเที่ยวทุกอย่างเสร็จตอนบ่ายโมง คือเราไม่ได้ใช้เวลาเยอะค่ะเดินๆวนๆ ถ่ายรูปแล้วออกมา ใช้เวลาแต่ละที่น้อยมาก คือเราไม่ค่อยอินกับเมืองนี้เท่าไหร่ แต่ว่าสถานที่เที่ยวสวยนะคะ แค่ไม่ใช่จริตเรา หลังจากนั้นเราแวะกินอะไรนิดหน่อยแถวตลาดแล้วก็เรียกสามล้อกลับมาที่โรงแรมค่ะ เราเผลอหลับไปเพราะความเย็นสบายของแอร์ในห้อง อากาศด้านนอกค่อนข้างร้อนค่ะได้ตากแอร์เย็นๆ เลยเผลอหลับไป

        ตื่นมาอีกทีก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว นอนหลับสบายค่ะ แต่ที่ทำให้เราตื่นก็เพราะได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ในห้องน้ำ คือดังมากเหมือนมีใครเปิดน้ำทิ้งเอาไว้ เราเปิดประตูห้องน้ำไว้เราเลยลุกขึ้นไปดู เสียงน้ำก็ยังดังอยู่ค่ะ แล้วพอเราเข้าไปในห้องน้ำก็คือเสียงน้ำดังเหมือนเปิดอยู่ในห้องเลยค่ะ เราพยายามคิดว่าคงเป็นเสียงจากห้องข้างๆ เขาน่าจะใช้น้ำแล้วเปิดดัง เราเลยล้างหน้าล้างตาออกมาเดินเล่นและหาอะไรกินเป็นมื้อเย็น

        เรากลับเข้าที่พักประมาณสองทุ่ม ที่พักเราเงียบมากค่ะไม่มีเสียงใดใดเลย เรารีบเข้าห้องใส่กลอนอย่างดี แล้วนอนเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย จนเวลาประมาณตี 1 เราเริ่มง่วงก็นอนเลยค่ะ หลับไปนานแค่ไหนไม่รู้แต่เรารู้สึกถึงความสั่นสะเทือนของตัวห้องค่ะ แล้วได้ยินเหมือนเสียงตึกพัง เพราะเราได้ยินเหมือนเสียงปูนร่วงพังลงมา เราสะดุ้งตื่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นแผ่นดินไหวมั้ยหรืออะไร (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าที่นั่นเคยมีแผ่นดินไหวมาก่อนมั้ยนะคะ) พอลืมตาขึ้นมาคือทุกอย่างปกติค่ะ

        เราเลยคิดว่าคงฝันไปเองไม่น่ามีอะไรแต่พอหลับตาเท่านั้นละค่ะ เราเห็นเป็นภาพห้องที่เรานอนเหมือนโดนรถชนจนตึกพังแล้วก็มีคนอินเดีย ต้องบอกว่าผีอินเดียค่ะ โผล่มาในห้องเป็นภาพที่ชัดมาก เป็นผู้ชาย 6 คน เดินเป็นสองแถว แถวละ 3 คน แบกศพผู้หญิงใส่ส่าหรีสีม่วงคนนึงและสีแดงคนนึง เราเห็นชัดมากค่ะ เค้าโผล่มาจากมุมห้องคือเดินแบกศพแห่มาเลยแล้วเดินเข้ามาใกล้เรามาก เดินมาจากมุมห้องมาทางข้างๆเตียงเรา เรารีบลืมตาแล้วมองสำรวจซ้ายขวาทุกอย่างปกติ

        เราคิดในใจน่าจะใช่แล้วละ โดนแล้วเรา แต่ด้วยความง่วงหรือเขาอยากให้เราเห็นก็ไม่รู้ค่ะ เราเผลอหลับตาไปอีกครั้ง ทุกคนคะ ภาพที่เห็นคือเป็นภาพต่อเนื่องที่เราเห็นเขาเดินมาทางข้างเตียงเราแล้วเอียงขวาไปทางปลายเท้าเหมือนจะเดินอ้อมเตียง ตอนนั้นเรากลัวมากค่ะ คือรู้สึกตัวแต่ลืมตาไม่ขึ้นค่ะ เราพยายามสวดคาถาต่างๆ ที่พอจะจำได้สวดจบบ้างไม่จบบ้างในขณะนั้นคือเราสวดแต่เขาไม่หยุดเดิน เขาเดินช้าๆ ค่อยๆอ้อมเตียงไป แต่ที่เรากลัวคือเราลืมตาไม่ได้ จะดิ้นก็รู้สึกว่าขยับตัวไม่ไป เรารู้ตัวตลอดว่าทำอะไรอยู่ เราพยายามตะโกนร้องว่า ช่วยด้วย แต่รู้สึกว่าตะโกนยังไงเสียงก็ไม่ออกมาเลยค่ะ

        ระหว่างนั้นคือภาพที่เขาแห่ศพก็ยังอยู่นะคะ ในช่วงจังหวะนึงเราตะโกนว่า “แม่ ช่วยด้วย” ตะโกนเป็นภาษาไทยนี่ละค่ะ พอดีแม่เราเพิ่งเสียไปช่วงเดือนเมษายนค่ะ พอสิ้นคำพูดที่เราตะโกนเหลือเชื่อมากค่ะ เราหลุดจากภาพนั้น ลืมตาได้ ขยับตัวได้ เรารีบตั้งสติ ลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆ ทุกอย่างในห้องคือปกติมาก แต่ที่สะดุดตาเราคือกระเป๋าแขกเล็กๆ สีม่วง ตกอยู่ตรงพื้นข้างเตียงเราค่ะ

        เราไม่กล้าไปหยิบ ดูนาฬิกาตอนนั้นประมาณตี 3 เราตาค้างหลับไม่ลงเลยค่ะ กลัวว่าถ้าหลับตาลงแล้วภาพมันจะต่อเนื่องอีก จนฟ้าเริ่มสว่างเราไปอาบน้ำแต่งตัวเลยเดินไปหยิบกระเป๋าสีม่วงใบนั้น เป็นกระเป๋าเหมือนกระเป๋าใส่เศษเหรียญค่ะ จับๆดูเหมือนไม่มีอะไรอยู่ข้างใน เราเห็นว่าเช้าแล้วเลยเปิดดูเจอเป็นเส้นผมค่ะ กระจุกนึงยาวพอสมควรคือดูรู้ว่าเป็นผมของผู้หญิง เราไม่ได้จับนะคะแค่รูดซิปออกมาแล้วมองดู เรารีบรูดซิปปิดแล้ววางไว้ตรงโต๊ะวางของ แล้วเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเลยค่ะ

        ไม่ทันได้ถามว่ามีอะไรมั้ย เกิดอะไรขึ้น  กระเป๋าใบนั้นเป็นของใคร ออกจากโรงแรมได้เราก็เผ่นเลยละค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเองกับตัวเรา ตอนเดินทางไปเที่ยวที่อินเดียค่ะ เราคิดเลยว่า แม่ ยังคงห่วงเราอยู่ และยังอยู่ข้างเราเสมอ

 

นานาสาระ ล่าสุด